สาระน่ารู้
 
โรคลิชมาเนีย

  โรคลิชมาเนียพบในตำบลทอนหงส์
  ชื่อ “โรคลิชมาเนีย” อาจไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป เนื่องจากโรคนี้ไม่เคยมีการแพร่ระบาดในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีรายงานแหล่งแพร่โรค
ลิชมาเนียไม่ต่ำกว่า 74 ประเทศ อาทิ จีน อินเดีย ประเทศในแถบตะวันออกกลาง แถบเมดิเตอร์เรเนียน อัฟริกาเหนือ อเมริกากลาง และตอนเหนือของอเมริกาใต้ เขตปรากฏโรคทางภูมิศาสตร์ไม่ค่อยแน่นอน เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ต้องแจ้ง และปรากฏอยู่ในชนบท นอกจากนี้ความชุกของโรคเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมของดินฟ้า อากาศ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้จัดโรคนี้เป็น 1 ใน 6 ของโรคที่มีความสำคัญในเขตร้อน โดยประมาณการไว้ว่าประชากรกว่า 200 ล้านคน อยู่ในเขตที่อาจติดโรคและมีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ 1.2 ล้านคน และเสียชีวิตปีละ 1,000 คน(TDR,1977)
ประเทศไทย เคยมีรายงานการพบผู้ป่วยโรคลิชมาเนียอยู่บ้าง ประปราย แต่เป็นชาวต่างชาติกับคนไทยที่มีประวัติไปทำงานทางตะวันออกกลางกลับมา สภาพการณ์ปัจจุบันประชากรมีการเคลื่อนย้ายไปมาหาสู่กันมากขึ้น จะโดยลักษณะทางท่องเที่ยว ติดต่อทางธุรกิจ หรือกรณีคนไทยไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง และคนไทยมุสลิมไปร่วมพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นแหล่งที่มีโรคชุกชุมหลายแสนคนต่อปี รวมทั้งแรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่อาจเกิดโรคลิชมาเนียขึ้นในประเทศไทยได้เนื่องจากมีรายงานการพบริ้นฝอยทรายชนิดที่เป็นพาหะในพื้นที่ต่าง ๆ หลายแห่ง ดังนั้นผู้เขียนจึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับโรคลิชมาเนียอย่างสังเขป ดังนี้
โรคลิชมาเนีย มีสาเหตุจากเชื้อโปรโตซัวในสกุลลิชมาเนีย (Leishmania) ซึ่งอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophage) ของคน โดยเรียกระยะนี้ว่า amastigote และแพร่สู่คนอื่นโดยผ่านการกัดของแมลง “ริ้นฝอยทราย” ซึ่งหลังจากกินเลือดของผู้ป่วยแล้ว amastigote จะใช้เวลาประมาณ 4-15 วันเจริญเติบโตเป็นระยะ promastigote อาศัยอยู่ตรงบริเวณคอหอย เป็นโรคของสัตว์แต่แพร่สู่คนได้ (zoonosis) สัตว์รังโรคเป็นสัตว์กัดแทะจำพวก กระรอก กระแต หน ู สุนัข เป็นต้น
เชื้อลิชมาเนียแต่ละชนิดก่อเกิดพยาธิสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน
1. ประเภทก่อเกิดแผลที่ผิวหนังและเยื่อบุ (Cutaneous and Mucocutaneous leishmaniasis : CL and MCL)
Cutaneous leishmaniasis หรือเรียกอีกชื่อว่า Oriental sore โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง มี 2 ชนิด คือ ชนิดแผลผื่นเปียกในเขตชนบท (wet rural form ) เกิดจากเชื้อ L.major และชนิดแผลผื่นแห้งในเขตเมืองใหญ่ (dry urban form ) เกิดจากเชื้อ L.tropica เป็นโรคของคนแต่ถ่ายทอดสู่สัตว์ได้เช่นกัน
ส่วน Mucocutaneous leishmaniasis ลักษณะของโรคจะเป็นแผลตามรอบปากและจมูก มีหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของตัวเชื้อโรคและความรุนแรงของโรค ชนิดที่เรียกว่า espundia ร้ายแรงที่สุด ตัวเชื้อโรคคือ L.brazilliensis ขนิดUtaไม่ร้ายแรงเท่ากับชนิดแรก ตัวเชื้อโรคคือ L.peruviana และชนิด Ulcer ไม่ร้ายแรง ตัวเชื้อโรคคือ L.mexican
ลักษณะทางคลินิก
1. ขึ้นเฉพาะที่ มี 3 แบบ
1.1 แบบเฉียบพลัน ผิวหนังตรงบริเวณถูกริ้นฝอยทรายกัดจะเกิดเป็นตุ่มแดง ขนาด 3-4 ซ.ม. แล้วค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ต่อมาแตกเป็นแผล ไม่เจ็บ อาจมีอาการคันบ้างเล็กน้อย ขอบแผลนูนขึ้น น้ำเลือดหรือน้ำเหลืองแห้งกรังติดบนแผล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตและอักเสบ เมื่อแผลหายแล้วอาจปรากฏมีแผลเป็นได้ ประมาณ 10 % ของแผลเหล่านี้จะกลายเป็นแผลลักษณะคล้ายแผลซิฟิลิสหรือวัณโรคที่ผิวหนังตรงกลางแผลมีลักษณะปกติ แต่ขอบแผลบวมแดง แผลนี้ใช้เวลานายหลายปีกว่าจะหาย
1.2 แบบเรื้อรัง ขึ้นเป็นผื่น หนาสีแดง อยู่นานเป็นปี อาจดีขึ้นและเป็นใหม่อยู่เรื่อย ๆ มักเป็นที่หน้าและใบหู อาจมี 1 ถึงหลายตุ่ม ต่อมน้ำเหลืองไม่โต
1.3 แบบเป็น แผลเป็น เริ่มต้นคล้ายแบบเฉียบพลัน หายแล้วมีแผลเป็น แม้ว่าหายแล้วนานหลายปีอาจเป็นขึ้นใหม่ได้ มีสีน้ำตาลแดงตามขอบ
2. ชนิดเป็นทั้งตัว อาจเป็นแบบตุ่มเล็ก ๆ ทั่วไป หรือเชื้อกระจายไปตามตัว
อัน เนื่องมาจากถูกกัดหลายแห่ง หรือภูมิต้านทานต่ำ เริ่มเป็นตุ่มเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายออก ผิวขรุขระ นูน หนา และแตกออก
2. ก่อเกิดสภาพอวัยวะภายใน (Visceral leishmaniasis :VL)
เรียกอีกชื่อว่า Kala-azar หมายถึง “Black fever” เพราะเมื่อเป็นโรคนี้นาน ๆ จะทำให้ผิวหนังสีคล้ำขึ้น
ลักษณะทางคลินิก
อาการของโรคจะค่อยเป็น ค่อยไป อย่างช้า ๆ ระยะฟักตัวมีตั้งแต่สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน (เฉลี่ยประมาณ 3-6 เดือน) เคยมีรายงานระยะฟักตัวนานถึง 9 ปี ระยะ 2-8 สัปดาห์แรก ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย และมีอาการไม่สบายในท้อง อาจท้องเดิน ท้องผูก เบื่ออาหาร และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ บางครั้งอาจมีไข้สูงขึ้นมาคล้ายเป็นมาลาเรีย ไข้อาจเป็นเวลา ชนิด intermittent, remittent และร่วมกับมีอาการท้องเดิน ไอแห้ง ๆ อาจมีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกทางจมูก ไรฟัน มีจุดเลือดออกตามตัวและทางเดินอาหาร เป็นต้น หลังจากนั้นผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้นเรื่อย ๆ และท้องอืด ท้องโต คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังแห้ง ตกสะเก็ด และจะกลายเป็นสีเทา ๆ โดยเฉพาะที่บริเวณมือหน้าเส้นกลางของหน้าท้อง petechia, ecchymosis และบวมได้ ม้ามจะโตมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ม้ามนุ่มไม่เจ็บปวด และอาจโตมากจนถึงเชิงกราน ตับโต และบางรายจะมีต่อมน้ำเหลืองโตด้วย เลือดซีด เม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 4,000/ลบ.มม. เกล็ดเลือดกับอัลบลูมินต่ำ และมี polyclonal hypergammaglobulinemia สูงมากซึ่งเป็น lgG ภาวะแทรกซ้อนที่มักเกิดขึ้นร่วมด้วยคือ ปอดบวม กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะตาย ซึ่งมักจะตายจากภาวะแทรกซ้อน ซีดมาก หรือมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้มาก ๆ ได้
บางรายผู้ป่วยมีอาการคล้ายจะหายไป แต่ต่อมามีอาการทางผิวหนัง เรียกว่า Post kala-azar dermal leishmaniasis เป็นตุ่มนูนและผื่นแดงเกิดขึ้น
การตรวจวินิจฉัย
Cutaneous และ Mucocutaneous leishmaniasis สามารถตรวจดูแผลตามร่างกาย หารอยแมลงกัด ซักประวัติการเข้าไปยังพื้นที่แหล่งแพร่โรค ขูดแผลทำ stained smears หาเชื้อ หรือทำ PCR ส่วน Visceral leishmaniasis ใช้วิธี ELISA, IFAT, DAT, Formal-gel reaction เจาะไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือ ตัดชิ้นเนื้อ ดูดของเหลวของ ตับ ม้าม มาทำ stained smear หรือเพาะเลี้ยงเชื้อแล้วฉีดเข้าสัตว์ทดลอง เป็นต้น
การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับประเภทและอาการของโรคมียารักษาเฉพาะโรค เช่น Pentaualent antimoniais หรือ Amphotericin B เป็นต้น หรือใช้ยาทา และผ่าตัด รวมทั้งการรักษาตามอาการ อย่างไรก็ตาม ยารักษาเฉพาะโรคนั้นมักจะมีอาการแทรกซ้อนมาก จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และอยู่ในการดูแลของแพทย์ ปัจจุบันมียาเม็ดชนิดรับประทาน “Miltefosine “ซึ่งองค์การอนามัยโลกนำมาใช้กำจัดโรคลิชมาเนียในประเทศอินเดีย เนปาลและบังคลาเทศ
การป้องกันและควบคุมโรคลิชมาเนีย
1. โรคลิชมาเนียโดยเฉพาะประเภทที่มีคนเป็นรังโรคต้องดำเนินการค้นหาผู้ป่วยให้พบอย่างรวดเร็ว (active-case detection) แล้วให้การรักษา ส่วนสัตว์รังโรคก็ให้ควบคุมโรคในสัตว์หรือลดจำนวนรังโรคลงให้เร็วที่สุด
2. ประเทศไทยแม้ไม่มีรายงานว่าติดต่อแล้ว แต่ควรมีการเฝ้าระวังโรค เช่น แรงงานไทยทุกคนที่เดินทางกลับจากประเทศที่เป็นแหล่งแพร่โรคควรได้รับการตรวจร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นโรคลิชมาเนียเนื่องจากผู้ป่วยมักไม่ทราบเพราะไม่มีอาการรุนแรง หรือโรคอาจหายเองได้ถ้าภูมิต้านทานดีขึ้น
3. กำจัดพาหะริ้นฝอยทรายกรณีโรคมีการระบาด ระยะแรกควรศึกษาหาข้อมูลชนิดพาหะริ้นฝอยทรายตามสถานที่สำคัญในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคนี้ในอนาคต
4. จัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านเรือนให้สะอาด ไม่มีเศษอาหารตกค้างให้หนูมากินจนเป็นแหล่งอยู่อาศัย ไม่มีโพรงไม้ รูหนู กองขยะ กองไม้ กองหิน และสัตว์เลี้ยงควรอยู่ในตาข่ายถี่เวลากลางคืน
ประเทศไทยเปิดเสรีทางแรงงาน โดยให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศได้โดยไม่ผิดกฎหมายอาจจะมีการนำโรคนี้หรือโรคอื่นเข้ามาในประเทศได้ รวมทั้งชาวไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีโรคแปลก หรือโรคที่รุนแรงถึงชีวิต ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการที่เข้มงวดและเคร่งครัดในเรื่องของการตรวจสุขภาพคนเหล่านี้อย่างจริงจังเพื่อประชาชนในชาติจะมีสุขภาพดีต่อไป

[ วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2551 เวลา 09:00 น. ]

เป็นโรคที่น่ากลัวมาก มีวิธีอะไรป้องกันช่วยบอกที
ผู้ที่เข้าชม [ วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2552 เวลา 09:31 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 6

จัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านเรือนให้สะอาด ไม่มีเศษอาหารตกค้างให้หนูมากินจนเป็นแหล่งอยู่อาศัย ไม่มีโพรงไม้ รูหนู กองขยะ กองไม้ กองหิน และสัตว์เลี้ยงควรอยู่ในตาข่ายถี่เวลากลางคืน สิ่งสำคัญควรป้องกันอย่าให้ริ้นฝอยทราย กัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้าป่า
มนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี [ วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม 2553 เวลา 08:10 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 11

จัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านเรือนให้สะอาด ไม่มีเศษอาหารตกค้างให้หนูมากินจนเป็นแหล่งอยู่อาศัย ไม่มีโพรงไม้ รูหนู กองขยะ กองไม้ กองหิน และสัตว์เลี้ยงควรอยู่ในตาข่ายถี่เวลากลางคืน สิ่งสำคัญควรป้องกันอย่าให้ริ้นฝอยทราย กัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้าป่า
มนัส ชุมทอง ปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี [ วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม 2553 เวลา 08:10 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 12

itpquupoipoh, <a href="http://smartpenresource.com/">digital pen</a>, hzaOxyB, [url=http://smartpenresource.com/]smart pen[/url], hUBQGgV, http://smartpenresource.com/ smart pen, aYegXwm, <a href="http://www.carboncreditoffsets.org/">Financing a business for its carbon offsets up front</a>, cvHuwKp, [url=http://www.carboncreditoffsets.org/]List of problems and assts carbon offsets[/url], CbGDxNg, http://www.carboncreditoffsets.org/ How to sell carbon offsets, UOpMDLB, <a href="http://www.getfreeebooksfornook.com/">Free Nook Books</a>, UvTVJlO, [url=http://www.getfreeebooksfornook.com/]Free Ebooks For Nook[/url], FlZSxYb, http://www.getfreeebooksfornook.com/ Free Nook Books, eJHSdLg, <a href="http://online.wsj.com/article/SB10001424052748703959704575454161427715170.html">Adam Meyer Handicapper</a>, JLavBbc, [url=http://online.wsj.com/article/SB10001424052748703959
[ วันพุธ ที่ 18 มกราคม 2555 เวลา 11:56 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 15

fpuuiupoipoh, <a href="http://onlineblackjackexperts.com/">Party poker roulette online gambling blackjack</a>, pLhwigx, [url=http://onlineblackjackexperts.com/]Online gambling blackjack slots casino[/url], quRDZev, http://onlineblackjackexperts.com/ Online Blackjack, VpasoEX, <a href="http://thehghzone.com/">Vital hgh</a>, ylBYghy, [url=http://thehghzone.com/]HGH[/url], TYrerZp, http://thehghzone.com/ Beam hgh booster leave a reply name email comment, FQMhqql, <a href="http://farewellanxiety.com/category/about-valium/">Generic valium tablets</a>, Vcwkpji, [url=http://farewellanxiety.com/category/about-valium/]Buy diazepam online[/url], KkMHTPt, http://farewellanxiety.com/category/about-valium/ Valium online pharmacy codeine, AJzNmCU, <a href="http://www.mvballtech.com/klonopin.html">Buy cheap order klonopin</a>, YyapDSN, [url=http://www.mvballtech.com/klonopin.html]Buy cheap generic klonopin[/url], BBDPGnR, http://www.mvballtech.com/klonopin.html Buy no rx generic klonopin, PYNbsKY, <a href="http://lifeinsurancefeedback.com/">Life insurance poli
[ วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม 2555 เวลา 10:14 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 16

Warning: fopen(./data/3.dat): failed to open stream: Permission denied in /home/tonhong/domains/tonhong.go.th/public_html/sara/view.php on line 141 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tonhong/domains/tonhong.go.th/public_html/sara/view.php on line 142 Warning: fputs() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tonhong/domains/tonhong.go.th/public_html/sara/view.php on line 143 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tonhong/domains/tonhong.go.th/public_html/sara/view.php on line 144 Warning: fclose() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tonhong/domains/tonhong.go.th/public_html/sara/view.php on line 145
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น
รหัสส่งข้อมูล
 
โดย
E-mail
แทรกลิงค์ URL ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ